“เชสก์”บอกปืนมอบทุกอย่างให้ตน-ย้อนความช็อค ไม่น้อยได้เป็นกัปตัน

By
Updated: กุมภาพันธ์ 3, 2017

เชสก์ ฟาเบรกาส มิดฟิลด์เชลซี ออกมาพูดอย่างซาบซึ้งถึงช่วงเวลาของเขาสมัยที่อยู่กับอาร์เซนอลว่ามีส่วนสำคัญต่ออาชีพของเขาที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยตลอดเวลาที่ผ่านมา

ดาวเตะทีมชาติสเปนเริ่มสร้างชื่อให้ตัวเองทันทีนับตั้งแต่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ”ปืนใหญ่”เมื่อ 28 ตุลาคม ปี 2003 ด้วยวัย 16 ปี กับอีก 177 วัน ก่อนจะก้าวไปเป็นกัปตันทีมในอีก 5 ปีถัดจากนั้น
อย่างไรก็ตามในปี 2011 เขาก็ถูกบาร์เซโลน่าใช้กฎการมีดีเอ็นเอต่างดาว คว้าตัวกลับไปร่วมทีม ก่อนที่จะกลับไปเล่นในอังกฤษอีกครั้งกับเชลซีเมื่อปี 2014 ถึงปัจจุบัน
ดาวเตะวัย 29 ปีได้ถือโอกาสออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตลอดช่วงเวลาในการเป็นนักเตะของเขานั้น อาร์เซนอลคือทีมที่เชื่อมั่นในควาสามารถของเขาที่สุด
“ใช่แล้ว ตลอดไปเลย มีบางอย่างที่จะไม่มีวันเปลี่ยน แม้จะมีหลายเรื่องที่ถูกพูดถึงเกี่ยวกับตัวผมและอาร์เซนอล ผมไม่แคร์กับสิ่งที่คนอื่นคิดต่อผมอีกต่อไปแล้ว มันเป็นเรื่องของความรุ้สึกที่ผมมีต่อมันยังไงมากกว่า” ฟาเบรกาสบอกกับนักข่าว
“อาร์เซนอลจะเป็นทีมที่เชื่อในตัวผมที่สุดเสมอ ตอนนั้นผมเป็นเด็กอายุ 16 ปี เล่นอยู่กับบาร์เซโลน่า สโมสรอาร์เซนอลและโดยเฉพาะอาร์แซน เวนเกอร์มอบทุกอย่างให้ผม”
“ถ้าไม่มีพวกเขาผมคงจะไม่ได้เป็นแชมป์โลก แชมป์ยุโรป และคงจะไม่ได้มีประสบการณ์กับสิ่งที่ผมกำลังทั้งหมดในชีวิต ผมจะซาบซึ้งขอบคุณกับมันตลอดไป”
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 หลังจากที่วิลเลี่ยม กัลลาส โดนยึดปลอกแขนกัปตันทีมในเวลานั้น เวนเกอร์ได้มอบหน้าที่ผู้นำคนใหม่ให้กับฟาเบรกาสที่ตอนนั้นเพิ่งจะอายุ 21 ปี ซึ่งเขาย้อมรับว่าช็อคไม่น้อย
“ตอนที่พวกเขาให้ผมเป็นกัปตัน มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากเพราะผมเพิ่งจะอายุแค่ 21 ปี และโค้ชก็เข้ามาบอกแค่วันเดียวก่อนที่จะตัดสินใจทุกอย่าง เพราะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึนกับกัปตันคนก่อน” เขาย้อนความ
“อาร์แซน เวนเกอร์ ตัดสินใจที่จะหาคนใหม่ เพราะงั้นวันก่อนหน้าที่เขาจะมาบอกกับผมนั้น ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเลยด้วยวัยแค่ 21 ปี”
“ใช่ ผมเล่นมาแล้ว 4-5 ปี แต่สำหรับมันก็ค่อนข้างจะช็อคนิดหน่อยนะเมื่อเขาบอกว่าอยากให้ผมเป็นกัปตันของสโมสร”
“สำหรับผมแน่นอนมันเป็นเกียรติอย่างมาก แต่ผมยังเด็กมาก มันยังมีคนที่อายุมากกว่าผม ประสบการณ์มากกว่าผม ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะรู้สึกยังไงกับการที่มีเด็ฏอายุน้อยกว่าเป็นกัปตันทีม”
“มันเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับผม และผมก็รับมันมา ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทุกคนในทีมช่วยผม ผมซาบซึ้งกับมันเสมอ”
“ผมแค่พยายามทำในสิ่งที่ทำได้ หลอมรวมทีมด้วยความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ เรียนรู้ในทุกๆวันและเป็นแบบอย่างนำทีม” เขากล่าว
ข้อมูลจาก www.soccersuck.com

You must be logged in to post a comment Login